ต้นกำเนิดของซากุระ ,,,!!!

ซากุระ Sakura (Japanese Cherry) ซากุระเป็นดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่นเลยทีเดียวคนญี่ปุ่นจะชอบเทศกาลชมดอกซากุระมาก หรือที่เรียกว่า ฮานามิ ความหมายของดอกซากุระในภาษาดอกไม้คือ ความสำเร็จ การประสบผลสำเร็จ และหัวใจที่เข้มแข็ง หรือคุณลักษณะเด่นของซากุระก็คือบานพร้อมๆกัน ในระยะเวลาสั้นๆประมาณ 7-10 วัน และเมื่อร่วง จะร่วงพร้อมกันหมด ซากุระจึงเป็นสัญลักษณ์ของนักรบของญี่ปุ่นสื่อความหมายว่าพร้อมจะสู้ตายด้วยกัน แม้จะมีชีวิตอันแสนสั้น แต่จะเจิดจ้าและงดงาม

ซากุระ มีถิ่นกำเนิดในญี่ปุ่น คุณลักษณะเด่นของซากุระก็คือ เมื่อร่วง จะร่วงพร้อมกันหมด ซากุระจึงเป็นสัญลักษณ์ของเลือดทหาร และซามูไรของญี่ปุ่นมีดอกซากุระในเกาหลี, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, จีน หรือที่อื่นๆ แต่ไม่มีกลิ่น ขณะที่ซากุระของญี่ปุ่นนั้นผู้คนจำนวนมากยกย่องชื่นชมกลิ่นของมัน และมักจะกล่าวฝากไว้ในบทกวีดอกซากุระของญี่ปุ่นนี้ ในภาษาอังกฤษมีคำเรียกทั่วไปว่า “cherry blooms” หรือ “cherry blossom” หรือไม่ก็ “Japanese Flowering Cherry”ดอกซากุระ ในภาษาญี่ปุ่นนั้น เชื่อกันว่ากร่อนมาจากคำว่า ซะกุยะ (หมายถึง ผลิบาน) อันเป็นชื่อของเจ้าหญิง โคโนฮะนะซะคุยาฮิเม มีศาลบูชาของพระองค์อยู่บนยอดเขาฟูจิด้วย สำหรับพระนามของเจ้าหญิงองค์ดังกล่าวนั้น มีความหมายว่าเจ้าหญิงดอกไม้บาน และเนื่องจากซากุระเป็นดอกไม้ที่นิยมกันมากในญี่ปุ่นสมัยนั้น คำว่าดอกไม้ดังกล่าวจึงหมายถึงดอกซากุระนั่นเอง เจ้าหญิงองค์ดังกล่าวพระนามเช่นนั้น ก็เพราะมีเรื่องเล่ามาว่าทรงตกจากสวรรค์ มาบนต้นซากุระ ดังนั้น ดอกซากุระจึงถือเป็นดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น

ซากุระเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ซากุระถือเป็นเรื่องราวและหัวข้อที่ถูกหยิบยกนำมาสร้างเป็นผลงานทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมากมาย

หลากหลายสาขาตั้งแต่ในอดีต หากในโลกนี้ไม่มีดอกซากุระ ก็คงดำเนินชีวิตได้อย่างสงบ ไม่ต้องตื่นเต้นหรือเสียดายในช่วงฤดูใบไม้ผลิกระมัง

อะริวาระโนะ นาริฮิระ ในสมัยนั้น ได้ประพันธ์บทกวีที่ว่า “หากในโลกนี้ไม่มีดอกซากุระ ก็คงดำเนินชีวิตได้อย่างสงบไม่ต้องตื่นเต้นหรือเสียดายในช่วงฤดูใบไม้ผลิกระมัง” มีความหมาย เดียวกับบทกวีทางด้านบน ซึ่งจากกวีบทนี้ ทำให้ทราบถึงความรู้สึกของผู้คนต่างๆ ในขณะที่รอคอย การมาของดอกซากุระอย่างใจจดใจจ่อ และผู้คนที่รู้สึกเสียดายกลีบดอกซากุระที่ต้องร่วงหล่นนั่นเอง

จิตรกรเองก็ได้จำความรู้สึกเหมือนกับในตอนนั้นและนำมาถ่ายทอดเป็นผลงานภาพวาดสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีซากุระประกอบอยู่ด้วย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการผลัดเปลี่ยนฤดูกาล ซึ่งมีอยู่หลายผลงาน ดอกซากุระถึงแม้จะมีช่วงชีวิตและความงามที่สั้นเพียงสิบกว่าวันเท่านั้น แต่ก็ยังถูกนำมากล่าวถึงใน งานด้านศิลปะต่างๆมากมายๆ นี่จึงถือเป็นหลักฐานอย่างดีถึงความรักของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อซากุระนั่นเอง ความชอบซากุระของชาวญี่ปุ่นนั้น ไม่เพียงแต่ในถูกนำมาถ่ายทอดในวงการศิลปะ แต่ในวงการอาหารก็ยังถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางด้วยเช่นกัน

การชมซากุระเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

ธรรมเนียมการชมดอกซากุระที่ญี่ปุ่นั้นเริ่มมีมาตั้งในอดีตเมื่อ 1,000 พันกว่าปีก่อนแล้วและมีเรื่องเล่า และทฤษฎีต่างๆเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของการชมซากุระด้วย เป็นต้นว่า เกษตรกรในสมัยนั้น ได้จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองขึ้นเพื่อสวดอธิษฐานขอให้การเก็บเกี่ยวพืชผลจากการเกษตรกรรม อุดมสมบูรณ์ ซึ่งในสมัยนั้นเกษตรกรจะใช้วันที่เริ่มบานของดอกซากุระมาแทนปฏิทินอีกด้วย

แต่ว่าในตอนแรกนั้น ดอกบ๊วยจะเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าเนื่องจากสีสันที่สดใสและได้รับอิทธิพล ทางวัฒนธรรมจากประเทศจีน แต่หลังจากนั้นความสนใจต่อดอกซากุระก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากซากุระเป็นดอกไม้ที่มีสีอ่อนและดูบอบบางอ่อนโยนน่าทะนุถนอม จึงทำให้ท้ายที่สุด ดอกซากุระก็สามารถชนะใจชาวญี่ปุ่นได้สำเร็จและกลายเป็นที่นิยมต่อมานั่นเอง เมื่อดูจากสมัยเอโดะแล้ว วัฒนธรรมการชมซากุระได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขนบธรรมเนียมประเพณี ทางสังคม จึงทำให้ถูกจัดขึ้นโดยประชาชนชาวบ้านทั่วไปด้วย ซึ่งใกล้เคียงกับวัฒนธรรมการชมซากุระ ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ปัจจุบันเองก็ได้มีการปรับปรุงสายพันธ์ของซากุระเพื่อให้เป็นที่ชื่นชอบของ ผู้คนที่เกิดในสมัยเอโดะอีกด้วย อย่างเช่นซากุระพันธ์ Yoshino Cherry ที่เราคุ้นเคยกันอย่างดี ก็ถือกำเนิดในยุคนี้ด้วยเช่นกัน

โรงแรมญี่ปุ่น ความหรูหราสไตล์ญี่ปุ่น…!!!

โรงแรมญี่ปุ่น นั้นมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบตามความต้องการของนักท่องเที่ยว สามารถเลือกรูปแบบและทำเลได้ตามต้องการ อย่างเช่น ต้องการพักใกล้สนามบินนานาชาตินาริตะก็มีที่พัก ไนน์อาวส์ นาริตะ และ นาริตะ แอร์พอร์ต เรสต์ เฮาส์ แต่หากต้องการพักกลางกรุงโตเกียว เดอะ เพนนินซูลา โตเกียว มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สปาครบครัน และอยู่ใกล้สถานที่สำคัญหลายแห่ง หากไปเที่ยวแถบโอซาก้า โรงแรมแกรนเวีย โอซาก้า เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไปสถานที่สำคัญต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว หรือหากไปเที่ยวพระราชวังอิมพีเรียลที่เกียวโต ก็มี เกียวโต การ์เดน พาเลซ เปิดให้บริการอยู่ไม่ไกล ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างภูเขาไฟฟูจิ ก็มีที่พักซึ่งอยู่ใกล้ๆ อย่าง ปิกะ ฟูจิโยะชิดะ , ฟูจิ พรีเมียม รีสอร์ท และหากสนใจการแช่ออนเซ็นซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะต้องลองสักครั้ง ฮาโกเนะ ไอรุ ซึ่งอยู่ที่เมืองฮาโกเนะ มีออนเซ็นอยู่ใกล้ๆ หลายแห่ง ซึ่งออนเซ็นที่เมืองฮาโกเนะนั้นสามารถแช่น้ำร้อนพร้อมกับชมวิวภูเขาไฟฟูจิไปด้วย หรือหากสนใจออนเซ็นน้ำพุร้อนธรรมชาติแหล่งใหญ่ที่จังหวัดกุนมะ อย่างคุซัตสึออนเซ็น ก็มี โรงแรมคาเนะมิโดริ อยู่ใกล้ๆ สำหรับสถานที่อื่นๆ

วันนี้เราขอเสนอ 6 อันดับโรงแรมญี่ปุ่น หรูหราในชินจูกุ ของเมืองโตเกียวที่ต้องลองไปพักสักครั้ง

  1. JR Kyushu Hotel Blossom Shinjuku (JR九州ホテルブラッサム新宿) โรงแรมญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นเครือโรงแรมที่แผ่ขยายมาจากคิวชู ซึ่ง Blossom Shinjuku ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นโรงแรมญี่ปุ่นยอดเยี่ยมโดย “มิชลินไกด์โตเกียว 2016” เราขอแนะนำห้องพรีเมี่ยมสวีทบนชั้น 15 และ 16 หน้าต่างห้องขนาดใหญ่ที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นอิสระ ด้วยดีไซน์อันละเอียดอ่อน ทั้งยังมี “ผ้าขนหนู Imabari” คุณภาพสูงจัดเตรียมไว้ ห้องหรูหราในราคาที่จับต้องได้ นอกจากนี้การเดินทางยังสะดวกสบาย เดินเท้าจาก “สถานีชินจูกุ” เพียง 3 นาทีเท่านั้น
  2. Hyatt Regency Tokyo (ハイアット リージェンシー 東京) เป็นโรงแรมญี่ปุ่นที่เข้ามาเปิดตลาดในญี่ปุ่น เมื่อเข้าไปในโถงล็อบบี้จะพบโคมไฟระย้าวาววับดูยิ่งใหญ่ตระการตา ร้านอาหารชั้นสูงและสปานั้นช่างสมเป็น Hyatt นอกจากนี้ “รีเจนซี่คลับ” ซึ่งสามารถใช้บริการได้เมื่อมาพักที่ห้องคลับรูมก็ได้รับการตอบรับอย่างท่วมถ้น ห้องสวีท (71 ㎡-112 ㎡) ซึ่งมี 18 ห้องนั้นมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยดูแลบริการ ไม่ว่าใครก็คงอยากจะลองไปพักห้องแบบนี้ดูสักครั้ง
  3. Hilton Tokyo (ヒルトン東京) โรงแรมญี่ปุ่นแห่งนี้เปิดทำการเนื่องจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวในปี 1964 และได้ย้ายมาที่ที่ตั้งปัจจุบันในปี 1984 สืบทอดการบริการอันสุภาพใส่ใจในรายละเอียดมาอย่างยาวนาน ทั้งยังเป็นที่กล่าวขานว่าพนักงานที่นี่ต่างร่วมแรงร่วมใจวางแผนเซอร์ไพรส์ในวันที่ระลึกครบรอบต่างๆ อีกด้วย ผู้เข้าพักสามารถมองเห็นวิวกลางคืนอันสวยงามจากเอ็กเซ็คคิวทีฟเลานจ์ และยังสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวกลางคืนของตึกระฟ้าในชินจูกุได้จากห้องซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสูง นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟต์อาหารเช้าที่ได้รับความนิยม ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกสบาย เดินเท้าเพียง 10 นาทีจากสถานีชินจูกุเท่านั้น
  4. Keio Plaza Hotel (京王プラザホテル) โรงแรมหรูเก่าแก่ตัวแทนของญี่ปุ่น เปิดบริการมายาวนานตั้งแต่ปี 1971 บรรยากาศสะอาดสะอ้านหรูหราซึ่งผ่านการดูแลอย่างเรียบร้อย ซึ่งยังคงเหมือนกับเมื่อตอนเปิดกิจการนั้นเป็น “ที่สุดของพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ” ดึงดูดใจผู้คนทั่วโลกจนกระทั่งถึงตอนนี้ โรงแรมญี่ปุ่นนี้ยังใส่ใจลึกซึ้งไปกับรายละเอียดชั้นหนึ่ง ทั้งเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งภายใน อาหารและการบริการ ห้องแนะนำคือห้องชั้นคลับฟลอร์ การเดินทางก็แสนสะดวก เดินเท้าเพียงแค่ 5 นาทีจากสถานีชินจูกุ
  5. Park Hyatt Tokyo (パーク ハイアット 東京) โรงแรมญี่ปุ่น Park Hyatt โรงแรมหรูขนาดเล็ก ซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์สำหรับเป็นที่หลบไปพักผ่อนได้ดีกว่าแม้แต่โรงแรมในเครือ Hyatt ด้วยกันเอง ห้องมีทั้งหมดมากกว่า 42 ชั้น ไม่ว่าชั้นไหนๆ ก็กวาดตาชมวิวเมืองโตเกียวได้ พื้นที่ห้องกว้างโดยเฉลี่ยเกิน 50 ㎡ สมกับชื่อ Park Hyatt การจิบชายามบ่ายที่ “Peak Lounge” บนชั้น 41 นั้นเป็นที่นิยมสำหรับแขกสุภาพสตรี และแม้ว่าที่ตั้งค่อนข้างจะอยู่ห่างไกลออกไปสักหน่อย แต่ก็มีบริการรถบัสรับส่งฟรีจากด้านข้างตึก Shinjuku L Tower ไปยังโรงแรม
  6. Hotel Century Southern Tower (小田急ホテルセンチュリーサザンタワー) ห้องของโรงแรมญี่ปุ่นแห่งนี้แม้จะเป็น “ลิมิเต็ดเซอร์วิส” ไม่มีมินิบาร์และรูมเซอร์วิสไว้คอยบริการ แต่ที่นี่มีบรรยากาศน่าอยู่และสะดวกสบายมาก เป็นโรงแรมซึ่งเป็นที่นิยม เนื่องจากสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวอันตระการตาของโตเกียวทาวเวอร์และโตเกียวสกายทรีได้ และที่นี่ยังได้รับรางวัล “3 ดาวดำ” จาก “การจัดอันดับโรงแรมน่าพัก” ใน “โตเกียวมิชลินไกด์ 2009 ฉบับภาษาญี่ปุ่น” อีกด้วย ที่นี่ตั้งอยู่ในทำเลอันยอดเยี่ยม เดินเท้าจากรถไฟ JR สถานีชินจูกุเพียงแค่ 3 นาที หรือจากรถไฟใต้ดินสถานีชินจูกุเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น

พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ทำงานอะไรบ้าง

พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ งานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจแก้ การทดสอบ ซ่อม บำรุงรักษา ติดตั้ง ปรับแต่ง ดัดแปลง แก้ไขอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์อุปกรณ์นิวเคลียร์อิเล็กทรอนิกส์ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้และการปรับแต่งอุปกรณ์ดังกล่าว ซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู และอุปกรณ์ประกอบ จัดทำสถิติและบันทึกประวัติการซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ คำนวณรายการและประมาณราคาในการดำเนินดังกล่าว ควบคุม ตรวจสอบความเรียบร้อยในงานอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ตลอดจนแก้ไขข้อขัดข้องที่เกิดขึ้น เขียนแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์และแบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งได้แก่ งานเขียนแบบเกี่ยวกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องมือ คอมพิวเตอร์เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ ควบคุมดูแลคลังวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มบุคลิกภาพของพนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ : บุคลิกภาพแบบจริงจัง ไม่คิดฝัน นิยมความจริง (Realistic) ผู้ที่มีบุคลิกภาพแบบนี้ จะชอบกิจกรรมที่ต้องใช้พละกำลัง ชอบทำงานกลางแจ้ง กิจกรรมที่ไม่สลับซับซ้อน กิจกรรมที่เกี่ยวกับสิ่งของ  เช่น เครื่องจักรกล ทักษะทางภาษา ทักษะการสร้าง สัมพันธภาพระหว่างบุคคลมีน้อย มักจะหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือไม่ชอบเป็นจุดสนใจของผู้อื่น ค่อนข้างมีลักษณะเป็นชายสูง มีค่านิยมทางเศรษฐกิจและการเมืองในรูปแบบที่มีระเบียบแบบแผน

การทำงานพนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์เป็นการทำงานทางเทคนิคภายใต้การแนะนำและควบคุมของวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์  เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในงานอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป  วงจรคอมพิวเตอร์  เทคนิคคอมพิวเตอร์  เทคนิคระบบสื่อสาร  รวมถึงการออกแบบสร้างและบำรุงรักษาเครื่องวงจรอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ โดยอาศัยหลักการและขบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ วางแผน  ควบคุมโครงงานทางด้านอิเล็กทรอนิกส์วงจรคอมพิวเตอร์ตลอดจนการประเมินผลงานและเขียนรายงานจากการค้นคว้า วิจัยบำรุงรักษาและตรวจซ่อมวงจรคอมพิวเตอร์ที่ใช้ร่วมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์  เช่น หุ่นยนต์อุตสาหกรรม  เครื่องจักรกลซีเอ็นซี  ตลอดจนเครื่องจักรกลที่ใช้ฐานควบคุมด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ในอุตสาหกรรมปฏิบัติงานด้านอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์

พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ ทำงานทางเทคนิคภายใต้การแนะนำ และควบคุมของวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์  โดยใช้ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ หลักของวงจรไฟฟ้า  วิธีการทดสอบไฟฟ้า คณิตศาสตร์ทางวิศวกรรม และวิชาการที่เกี่ยวข้องกันมาใช้ผลิต ก่อสร้าง ติดตั้ง ทดสอบ ใช้และ บำรุงรักษา พัฒนา   แก้ไขเปลี่ยนแปลง และซ่อมระบบวงจรคอมพิวเตอร์   อุปกรณ์และส่วนประกอบต่างๆ ปฏิบัติงานหลักมูลฐานเช่นเดียวกับช่างเทคนิคไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ แต่ชำนาญงานเกี่ยวกับระบบแผงวงจร  อุปกรณ์และส่วนประกอบต่างๆคอมพิวเตอร์ อาจชำนาญงานโทรคมนาคมระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืองานอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์สาขาอื่นๆ  และอาจมีชื่อเรียกตามงานที่ทำ ซึ่งสามารถจำแนกลักษณะงานได้

พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ สามารถเป็นนักวิชาการหรือช่างเทคนิคที่ปฏิบัติงานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ คอมพิวเตอร์ งานระบบสื่อสารวิทยุบำรุงรักษา  และตรวจซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องระบบสื่อสารควบคุมเครื่อง  และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์หรือสื่อสารโทรคมนาคมด้วย เทคโนโลยีชั้นสูงและเฉพาะงานวิเคราะห์  วางแผน  ควบคุม  โครงงานทางด้านเครื่องมือ และอุปกรณ์ แผงวงจรคอมพิวเตอร์ตลอดจนการประเมินผลงาน  และการเขียนรายงานได้อย่างเป็นระบบ และเป็นผู้ประสานงานระหว่างวิศวกร และช่างฝีมือในการสั่งการ  การควบคุม  การตรวจสอบ และวิเคราะห์ปัญหาในงานด้านแผงวงจรคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วน  หรือเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรคอมพิวเตอร์จากงานการผลิต  ก่อนนำบรรจุส่งออกตลาด

พนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์  สามารถเลือกทำงานได้ทั้งในภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ  หรือทำงานส่วนตัวและกับหน่วยงานในองค์กรเอกชนอื่นๆ  เช่น  สถานประกอบกิจการต่างๆ โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปที่ต้องควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์  ได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษาช่างเทคนิควิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์และประสบการณ์ในการทำงานอัตราเงินเดือนของผู้ประกอบอาชีพพนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์  ในภาคเอกชนขึ้นอยู่กับประสบการณ์  ความสามารถ  และความชำนาญงาน นอกจากค่าตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้ว อาจได้รับค่าตอบแทนในรูปอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล  เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการ  รูปแบบต่างๆ เงินโบนัส ค่าล่วงเวลา เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ในการทำงาน เป็นต้น ผู้ปฏิบัติงานอาชีพพนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์มักจะทำงานวันละ 8-9 ชั่วโมง อาจทำงานล่วงเวลา วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดตามความจำเป็นเร่งด่วน

โอกาสในการมีงานทำของพนักงานช่างเทคนิควงจรคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันด้วยการพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ต่างๆ  ก้าวไปอย่างรวดเร็ว และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ต่างๆ กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ระบบการสื่อสารเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการประกอบอาชีพนี้  จึงเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการพัฒนา และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งาน จึงนับได้ว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาทางด้านนี้ จะยังมีตลาดแรงงานรองรับอยู่ในระดับหนึ่ง  ถึงแม้ว่าจะมีการหยุดชะงักทางด้านเศรษฐกิจในด้านอื่น ๆ  ก็ตามแต่ความจำเป็นในการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ยังคงมีความสำคัญสูงที่จะต้องพัฒนาต่อไป

เทคนิคการเป็นผู้แทนขายงานโครงการที่ดี

ผู้แทนขายงานโครงการเป็นงานประเภทเซลล์ที่ขายของให้กับโครงการทั้งโครงการ เช่น คอนโด 1200 ห้อง ใช้เฟอร์นิเจอร์ยี่ห้อนี้หมดเลย ขายงานพิมพ์ทุกประเภทให้บริษัทหนึ่งหรือโครงการใดโครงการหนึ่ง (โบรชัว แคตตาลอก ซอง นามบัตร ฯลฯ) เป็นต้น ซึ่งจะแตกต่างจากเซลล์ทั่วไปที่จะขายให้ลูกค้ารายย่อย โดยผู้แทนขายงานโครงการจะต้องมีเทคนิคการปิดการขาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการที่เซลล์หนึ่งคนพบปะพูดคุย นำเสนอโครงการเป้าหมายแล้ว แต่ไม่เกิดการขายขึ้น ก็ถือว่าเป็นการสูญเสียโอกาสอย่างยิ่ง ดังนั้น ผู้แทนขายงานโครงการจะต้องมีทักษะการปิดการขายที่เหนือกว่าเซลล์ทั่วไป ซึ่งเทคนิคการปิดการขายเริ่มต้นจาก ผู้แทนขายงานโครงการต้องรู้ได้เลยว่าในการขายแต่ละครั้ง การประเมินลูกค้าจากการแต่งกาย จากการพูดคุย หรืออคติว่าเขาไม่ซื้อหรอกเป็นเรื่องต้องห้าม ผู้แทนขายงานโครงการต้องถูกฝึกว่าทุกครั้งที่เจอลูกค้า คือโอกาสที่เราจะได้ขายโครงการ อีกทั้ง หากผู้แทนขายงานโครงการสร้างให้เกิดประสบการณ์ที่ดีดีที่เราได้พบ ที่ได้รับบริการลูกค้าก็อาจจะไปกล่าวชื่นชมให้ผู้อื่นฟัง และเป็นสาเหตุให้เพิ่มลูกค้าได้ ความน่าเชื่อถือของผู้แทนขายงานโครงการที่ ลูกค้ากล่าวชื่นชมประโยชน์อีกต่อหนึ่งก็คือ เกิดชื่อเสียงต่อองค์กรด้วย เพราะภาพที่ปรากฏในสายตาของสื่อและของลูกค้าก็เป็นภาพที่ สะท้อนถึงภาพลักษณ์ขององค์กรโดยรวม

ผู้แทนขายงานโครงการต้องสามารถรับรู้ถึงสัญญาณการซื้อ เช่น การแสดงออกถึงการพูด พฤติกรรมท่าทางที่สนใจในสิ่งที่นำเสนอเมื่อเห็นสัญญาณการชื้อเกิดขึ้น ผู้แทนขายงานโครงการก็สามารถทำการปิดการขายได้ ในจังหวะนั้น เป็นจังหวะที่ลูกค้ามีความพร้อมที่สุดในการตัดสินใจซื้อหากปล่อยช้าไป ระดับความพร้อมในการซื้อก็อาจลดลงตามไปด้วย แต่หากปิดการขายเร็วก่อนจะมีสัญญาณซื้อก็อาจทำให้น้ำหนักในการเสนอขาย การสร้างความเชื่อมั่นลดลงไปด้วย สัญญาณการซื้อ เช่น• ยิ้มที่แสดงถึงการยอมรับในการนำเสนอ มือจับคาง พยักหน้าตกลงตอบรับ อยู่เป็นประจำ แสดงอารมณ์ที่ผ่อนคลาย เตรียมสิ่งบางสิ่งมาด้วย เพื่อพร้อมที่จะเซ็นสัญญาในคราวนี้ เช่น เงินสด เอกสารหลักฐานประกอบ

ในทางกลับกันผู้แทนขายงานโครงการก็ต้องระวัง ประเด็นที่ทำให้การปิดการขายไม่สำเร็จ ประกอบด้วย การเริ่มต้นไม่น่าประทับใจ ในกระบวนการขั้นตอนการขาย ควรจะต้องมีการถูกออกแบบไว้ให้ลูกค้าเกิดประสบการณ์ที่น่าประทับใจไว้เป็นอย่างดี ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่พบลูกค้า เช่น การมาสาย การละเลยสิ่งสำคัญเล็กๆน้อยๆ เช่น การเลือกสถานที่ในการเจรจา การสังเกตปกตินิสัยของลูกค้า สิ่งที่ชอบ และการศึกษาศึกษาแนวคิดของโครงการ กลุ่มลูกค้าของโครงการ การแสดงเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของโครงการในสินค้าของเรา ควรศึกษาให้ถ่องแท้ก่อนจะทำการนัดหรือเสนอขายสินค้า ในขณะทำการเสนอขายผู้แทนขายงานโครงการ ไม่ควรปล่อยให้ลูกค้าถามแล้วผู้แทนขายงานโครงการตอบคำถามไปเรื่อยๆ ผู้แทนขายงานโครงการ ควรพรีเซ็นต์สิ้นค้ารวดเดียวเลยแล้วให้มีการถามตอบในช่วงท้าย อีกทั้ง การรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่ลูกค้าอยากรู้ อยากทราบ ซึ่งหากเซลล์ตอบได้ไม่ดี หรือตอบโดยลูกค้ารู้ว่าโกหก หรือไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้หมดศรัทธาในตัวผู้แทนขายงานโครงการ และบริษัทไปด้วย ข้อควรระวังอีกข้อคือการปฏิเสธสิ่งที่ลูกค้าขอต่อรองเพราะเป็นไปได้ว่า สิ่งที่ลูกค้าร้องขอนั้น เขาไม่ได้รับ ก็อาจทำให้ปิดการขายไม่สำเร็จ สื่อสารทางเดียว เป็นอีกสิ่งที่ควรระวังเพราะการปิดการขายของเซลล์ที่ดำเนินไปในรูปแบบทางเดียว ผลที่ตามมาก็คือ เซลล์จะไม่ทราบว่าลูกค้าคิดอย่างไร ต้องการอะไร อยากได้แบบไหน ผู้แทนขายงานโครงการ จึงควรฝึกฝนทักษะการสนทนา พูดคุย ซักถามลูกค้า เพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า

ผู้แทนขายงานโครงการจะต้องมีเทคนิคการปิดการขาย ประกอบด้วย การจูงใจด้วยสิ่งพิเศษ ในงานขายนั้น เราสามารถนำเอาเทคนิคการปิดการขาย นี้มาใช้ได้อย่างง่ายดาย โดยการนำเสนอถึงสิ่งพิเศษ ที่ลูกค้าจะได้รับมันจะเป็นการจูงใจในการตัดสินใจซื้อที่ง่าย และรวดเร็วขึ้น จนสามารถปิดการขาย โดยการที่ลูกค้าเพิ่งจะมาหาเราเป็นรายแรกแต่วิธีนี้ ควรต้องนำเสนอคุณสมบัติ และสิทธิประโยชน์ของสินค้า เสียก่อนจนลูกค้าเริ่มมีความพร้อม มีความสนใจที่จะตัดสินใจ เราควรนำเสนอสิ่งพิเศษก่อนที่จะทำให้ลูกค้า รู้สึกว่า สิ่งพิเศษเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ที่มอบให้แก่ทุกรายที่เข้ามา ผู้แทนขายงานโครงการสามารถแปลงข้อโต้แย้ง มาเป็นทางออกโดยในช่วงระหว่างที่มีการพูดคุย นำเสนอขายนั้น เป็นไปได้ ที่ลูกค้า เขาสนใจ และพร้อมที่จะซื้ออยู่ในระดับหนึ่งแต่เขามักจะพูดถึงประเด็นใดประเด็นหนึ่งอยู่ เราสามารถเอาประเด็นข้อโต้แย้งนั้น แปลงกลับมาให้เป็นทางออกในการตัดสินใจซื้อได้เลยทันที ต่อมาผู้แทนขายงานโครงการสามารถใช้เทคนิคการปิดการขายแบบโอกาสสุดท้ายลูกค้าจะได้รับรู้ว่าสินค้า หรือข้อเสนอมีจำนวนไม่มากและทำเพื่อโครงการของลูกค้าโดยเฉพาะ แต่ผู้แทนขายงานโครงการก็ต้องใช้ทักษะในการขาย การบริการลูกค้าอย่างสุภาพ อ่อนน้อม ไม่ใช่ถือดีว่ามีไพ่เหนือกว่า แล้วไม่ดูแลลูกค้า

ผู้แทนขายงานโครงการสามารถเลือกว่าจะปิดการขายแบบ คนดี – คนร้าย นั้นคือ ผู้แทนขายงานโครงการสมมติให้ตนเองเป็นคนดี และให้หัวหน้าเป็นคนร้าย คือผู้แทนขายงานโครงการก็จะเล่นเป็นบทคนดี ก็คือจะบอกลูกค้าว่า สินค้านี้จริงๆแล้วไม่สามารถลดราคาได้อีกแล้ว เป็นข้อเสนอที่พิเศษสุดๆ แต่ขอให้ลูกค้ารอสักครู่ เดี๋ยวผู้แทนขายงานโครงการจะไปขอกับหัวหน้ามาให้ หากได้ส่วนลด หรือของแถมที่ลูกค้าขอมานี้ ลูกค้าจะซื้อสินค้าเลยไหม เมื่อลูกค้าตอบว่าใช่ เซลล์ก็จะเข้าไปคุยกับหัวหน้าบางครั้ง ถ้าทีมผู้แทนขายงานโครงการอยากให้จบแบบไม่ยากนัก ผู้แทนขายงานโครงการก็จะเดินออกมาบอกว่า ตกลงได้เรียบร้อยแล้ว ขอเชิญจองลงนามในสัญญา หากทีมผู้แทนขายงานโครงการขายอยากทำให้เกิดความยากมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า ในการซื้อครั้งนี้ รู้สึกเห็นคุณค่า และผูกพันกับผู้แทนขายงานโครงการคนนี้ผู้แทนขายงานโครงการก็จะคุยกับหัวหน้าให้ลูกค้าเห็นเลย หัวหน้าเซลล์ก็จะเล่นบทเป็นคนร้าย คือ บอกว่าไม่ได้หรอก ยังไม่เคยขายราคานี้มาก่อนเลยทางออกในการจบการปิดการขาย ก็จะมีทางออก ดังเช่น ผู้แทนขายงานโครงการก็จะรบเร้า ไปยืนอยู่ข้างลูกค้า จนหัวหน้าตกลง หรือหัวหน้ายกหูโทรศัพท์ โทรเข้าไปหาสำนักงานใหญ่ (หรืออาจจะไม่โทรก็ได้ เพียงแค่ทำท่ายกหูคุย) แล้วขอสำนักงานใหญ่ จนเสร็จเรียบร้อย สุดท้ายตกลงเชิญลูกค้าเซ็นต์สัญญา

ผู้แทนขายงานโครงการสามารถปิดการขายด้วยวิธีการแบบให้เหลือทางเลือกน้อยลง เทคนิคการปิดการขายแบบนี้ เป็นการปิดการขายที่ผู้แทนขายงานโครงการ จะกำจัดทางเลือกของลูกค้าให้น้อยลง เหลือแต่สิ่งที่น่าสนใจ และมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจซื้อ เท่านั้น วิธีการนี้ถูกนำมาใช้ในกรณีที่การนำเสนอขายดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว เช่น ลูกค้ามาเจรจาเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สามแล้วและสิ่งที่นำเสนอนั้น มีหลากหลายรูปแบบเช่น หลายขนาด หลายภาพ หลายหลัง/หลายห้อง จึงต้องถามลูกค้า ในสิ่งที่สนใจ เพื่อที่จะได้ตัวเลือกที่แคบลง ปัจจัยที่ไม่จำเป็นจะได้ถูกตัดออกไปเป็นผลให้ลูกค้ามีสมาชิกมากขึ้นกับ บ้าน/ห้อง ที่ต้องการจริงๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นการประหยัดเวลาในการอธิบาย นำเสนอในสิ่งที่ไม่โดนใจลูกค้าด้วย